มีลูกค้ากลุ่มบาร์ค็อกเทลเจ้าหนึ่งทักเข้ามาหาเราครับ เขาอยากได้แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ไว้ห่อแก้ว rock สำหรับเสิร์ฟค็อกเทล ตอนแรกเราแนะนำวิธีวางโลโก้แบบห่อแก้วที่ใช้กันทั่วไป แต่พอดูจริงปรากฏว่าแก้วของเขาทรงไม่เหมือนใคร แถมเขาอยากให้เห็นโลโก้ทั้งสองด้านเวลาห่อเสร็จ เราเลยไม่รีบสั่งผลิต แต่ลองม็อกอัพแบบวางโลโก้หลายเวอร์ชันจนลายมันพอดีกับแก้วจริงๆ ก่อน แล้วค่อยเดินหน้า จบงานออกมาห่อแล้วเห็นโลโก้สวยทั้งสองด้านอย่างที่เขาต้องการ

เคสนี้บอกหัวใจของเรื่องทั้งหมดไว้ในงานเดียวครับ การเลือกแนปกิ้นพิมพ์โลโก้ไม่ใช่แค่ “พิมพ์โลโก้อะไรก็ได้ลงไปให้ถูกที่สุด” แต่มันคือการเลือกให้เข้ากับร้าน ทั้งจำนวนชั้น ขนาด การวาง และตัวลายที่พิมพ์ออกมาต้องคมชัด ถ้าคุณกำลังจะสั่งแนปกิ้นครั้งแรก หรือเคยสั่งแล้วรู้สึกว่ายังไม่ลงตัว ต่อจากนี้เราจะไล่ให้เห็นทีละเรื่องว่า แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ เลือกยังไง ให้เหมาะกับร้านคุณตั้งแต่ครั้งแรก โดยไม่ต้องเดา และไม่ต้องมาแก้ทีหลังครับ

คำตอบสั้นๆ ก่อน: แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ เลือกยังไงให้เหมาะกับร้าน ดูจาก 4 เรื่องหลักครับ หนึ่ง จำนวนชั้น (1 ชั้นสำหรับร้านทั่วไป, 2 ชั้นหรือแบบ Quilted สำหรับโรงแรมและร้านพรีเมียมที่อยากได้สัมผัสคล้ายผ้า) สอง ขนาด (33×33 ซม. เป็นค่ากลางที่ร้านส่วนใหญ่ใช้, 40×40 สำหรับร้านสไตล์ตะวันตกและมื้อจริงจัง, 24×24 สำหรับคาเฟ่ขนมหวาน) สาม วัสดุและการพิมพ์ (กระดาษขาวหรือคราฟท์ พิมพ์ด้วยสีน้ำที่ปลอดภัยกับอาหาร แนะนำโลโก้แบบเส้น 1 สีให้พิมพ์คมชัด) และสี่ จำนวนสั่งกับเวลาผลิต (ขั้นต่ำ 10 ลังต่อขนาดต่อโลโก้ ผลิตประมาณ 20 ถึง 30 วันหลังยืนยันแบบ) เลือกครบทั้ง 4 เรื่องนี้แล้วจะได้แนปกิ้นที่เข้ากับหน้าร้านและไม่บานปลายงบครับ

ก่อนลงรายละเอียด จำหลักคิดสั้นๆ ไว้สี่ข้อครับ

  • เลือกจากการใช้งานจริงของร้าน ไม่ใช่เลือกจากราคาถูกที่สุดอย่างเดียว
  • จำนวนชั้นกับขนาดคือสองตัวแปรที่ทำให้ร้านคนละแบบใช้ไม่เหมือนกัน
  • บนเนื้อทิชชู่ที่ซับน้ำ โลโก้แบบเส้น 1 สีพิมพ์ออกมาคมกว่าลายละเอียดหรือไล่เฉด
  • แนปกิ้นมี MOQ และเวลาผลิตที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่ของที่สั่งวันนี้แล้วได้พรุ่งนี้ครับ

แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ เลือกยังไง เริ่มจากอะไร (ภาพรวมก่อนตัดสินใจ)

ให้เริ่มจากการใช้งานจริงของร้าน แล้วไล่ตัดสินใจไปตาม 4 แกนนี้ครับ คือ จำนวนชั้น (ความหนาและสัมผัส), ขนาด (ให้เข้ากับจาน โต๊ะ และเมนู), วัสดุกับการพิมพ์ (สีกระดาษและลายโลโก้), และจำนวนสั่งกับเวลาผลิต (วางแผนงบและเวลาให้ทัน) ทั้งสี่แกนนี้เกี่ยวโยงกันหมด พอเลือกแกนแรกได้ แกนที่เหลือมักตามมาเอง ในหน้านี้เราจะสรุปแต่ละแกนให้เห็นภาพก่อน แล้วมีลิงก์ให้เจาะลึกทีละเรื่องได้ตามที่คุณอยากรู้จริงๆ

ที่ 91 Marketing เวลาลูกค้าทักมาว่าอยากพิมพ์แนปกิ้น คำถามแรกที่เราถามกลับเสมอไม่ใช่ “เอากี่ลัง” แต่เป็น “ร้านเป็นแบบไหน เสิร์ฟเมนูอะไร” เพราะคำตอบตรงนั้นจะพาไปสู่จำนวนชั้นและขนาดที่ถูกต้องเอง คิดแบบนี้จะเลือกได้เร็วและไม่พลาด มากกว่าไปเริ่มที่สเปกกระดาษหรือราคาก่อนครับ


แนปกิ้น กับ ทิชชู่ ต่างกันยังไง และแนปกิ้นมีรูปแบบไหนบ้าง

แนปกิ้นคือกระดาษเช็ดปากที่วางบนโต๊ะให้ลูกค้าใช้ระหว่างมื้อครับ ในภาษาปากคนไทยเรียกรวมๆ ว่าทิชชู่ก็ได้ แต่ในงานพิมพ์แบรนด์ แนปกิ้น (napkin) จะหมายถึงแผ่นเช็ดปากบนโต๊ะโดยเฉพาะ ต่างจากทิชชู่ม้วนหรือทิชชู่กล่องที่ใช้ในห้องน้ำหรืองานทั่วไป จุดที่ต้องรู้ก่อนสั่งคือ แนปกิ้นในตลาดมีหลายรูปแบบ และเราผลิตแค่แบบเดียว

พูดกันตรงๆ เพื่อให้คุณวางแผนถูกตั้งแต่ต้นครับ แนปกิ้นในตลาดมีทั้งแบบ แผ่นพับ (พับเป็นแผ่นวางในที่ใส่หรือบนโต๊ะ), แบบ ซอง (ใส่ซองแยกชิ้น) และแบบ กล่อง (ดึงทีละแผ่น) ทั้งสามแบบมีอยู่จริงในตลาด แต่ที่ 91 Marketing เราผลิต แบบแผ่นพับ (folded-sheet) เท่านั้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร้านอาหารและคาเฟ่ส่วนใหญ่ใช้กันบนโต๊ะอยู่แล้ว ถ้าร้านคุณต้องการแบบซองหรือกล่องเป็นหลัก บอกเราได้ เดี๋ยวเราช่วยดูทางเลือกที่เหมาะให้ แต่ในหน้านี้เราขอพูดถึงแบบแผ่นพับเป็นหลักครับ

ในแบบแผ่นพับ มีลักษณะการพับให้เลือกด้วย

ภายในแบบแผ่นพับยังมีลักษณะการพับย่อยให้เลือกตามการใช้งานบนโต๊ะครับ เช่น พับให้กะทัดรัดสำหรับใส่ในที่กดแนปกิ้นบนโต๊ะ หรือพับให้อยู่ทรงสวยสำหรับร้านที่จัดเสิร์ฟเป็นจานๆ ตรงนี้เลือกตามสไตล์การเสิร์ฟของร้านได้เลย ถ้าไม่แน่ใจว่าแบบไหนเข้ากับหน้าร้าน ทักมาบอกลักษณะการเสิร์ฟ เดี๋ยวเราแนะนำให้

ส่วนใครที่ยังสับสนว่าจะใช้ทิชชู่หรือแนปกิ้นดี หรืออยากเข้าใจทิชชู่เช็ดปากแต่ละชนิดให้ลึกขึ้นก่อนตัดสินใจ อ่านต่อได้ที่ ทิชชู่ vs แนปกิ้น ร้านควรใช้แบบไหน, ทิชชู่แต่ละชนิดต่างกันยังไง, เยื่อกระดาษทิชชู่มีกี่ประเภท และถ้าอยากรู้ว่ากระดาษเช็ดปากพิมพ์โลโก้ทำได้กี่แบบ ดูที่ ทิชชู่พิมพ์โลโก้มีกี่แบบ ครับ


แนปกิ้น 1 ชั้น หรือ 2 ชั้น เลือกยังไง

เลือกจากภาพลักษณ์และสัมผัสที่ร้านอยากให้ลูกค้าได้บนโต๊ะครับ แนปกิ้น 1 ชั้น คือค่ามาตรฐานที่ร้านทั่วไปส่วนใหญ่ใช้ บางกว่า ต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่า เน้นเช็ดแล้วทิ้ง คล่องตัว ส่วน 2 ชั้น และแบบ Quilted จะหนากว่า นุ่มกว่า ให้สัมผัสคล้ายผ้ามากขึ้น เหมาะกับโรงแรมและร้านพรีเมียมที่อยากให้โต๊ะดูมีระดับ จุดต่างจริงอยู่ที่สัมผัสและภาพลักษณ์ ไม่ใช่แค่ความหนาเฉยๆ

วิธีคิดง่ายๆ คือ ถ้าร้านเน้นความเร็ว ปริมาณเยอะ ลูกค้าหยิบเช็ดแล้วทิ้ง 1 ชั้นตอบโจทย์และคุมต้นทุนได้ดีที่สุดครับ แต่ถ้าภาพลักษณ์บนโต๊ะคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ลูกค้าจ่าย เช่น ร้านอาหารบรรยากาศดี โรงแรม หรือ fine dining การขยับขึ้น 2 ชั้นหรือ Quilted จะช่วยยกมาตรฐานบนโต๊ะได้ชัด เราไม่เชียร์ให้ทุกร้านขยับขึ้น เพราะหนากว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ มันดีกว่าเฉพาะเมื่อเหมาะกับงานของร้านคุณ อยากดูว่าร้านแบบไหนควรใช้ 1 ชั้น กับ 2 ชั้นแบบเจาะลึก อ่านต่อได้ที่ ร้านแบบไหนควรใช้แนปกิ้น 1 ชั้น vs 2 ชั้น ครับ


ขนาดแนปกิ้น 24 / 33 / 40 ซม. เลือกขนาดไหนให้เหมาะกับร้าน

เลือกขนาดจากจานและเมนูที่เสิร์ฟเป็นหลักครับ สามขนาดที่ใช้บ่อยที่สุดคือ 24×24, 33×33 และ 40×40 ซม. โดย 33×33 ซม. เป็นค่ากลาง ที่ร้านส่วนใหญ่เลือก ใช้ได้กับเกือบทุกเมนู 40×40 ซม. เหมาะกับร้านสไตล์ตะวันตกและมื้อจริงจังที่จานใหญ่ ส่วน 24×24 ซม. เหมาะกับคาเฟ่ขนมหวานและของชิ้นเล็กที่อยากคุมต้นทุนต่อแผ่น ตารางนี้สรุปให้เห็นว่าขนาดไหนเข้ากับร้านแบบไหน

ขนาดเหมาะกับหมายเหตุ
24×24 ซม.คาเฟ่ขนมหวาน เบเกอรี่ ของหวานชิ้นเล็กแผ่นเล็ก ช่วยคุมต้นทุนต่อแผ่น
33×33 ซม. (ค่ากลาง)ร้านทั่วไป คาเฟ่ ร้านอาหารส่วนใหญ่ขนาดที่ร้านส่วนใหญ่เลือก และเป็นสเปกของแนปกิ้นห่อแก้ว (1 ชั้น)
40×40 ซม.ร้านสไตล์ตะวันตก มื้อจริงจัง จานใหญ่ ร้านพรีเมียมแผ่นใหญ่ ดูเต็มโต๊ะ เหมาะกับมื้อหลัก

จริงๆ แล้วขนาดแนปกิ้นมีให้เลือกมากกว่า 10 ขนาดครับ สามตัวข้างบนคือขนาดที่ร้านถามหาบ่อยที่สุด ถ้าร้านคุณต้องการขนาดอื่นที่ไม่อยู่ในนี้ เช็คกับฝ่ายขายได้เลย เราไม่แนะนำให้ไล่ลิสต์ทุกขนาดในหัว เพราะสุดท้ายจานและเมนูของร้านจะเป็นตัวชี้ขนาดที่เหมาะเอง ใครอยากเจาะลึกเรื่องขนาด ความหนา และวัสดุแบบละเอียดกว่านี้ อ่านต่อได้ที่ วิธีเลือกขนาด ความหนา และวัสดุแนปกิ้นให้เหมาะกับร้าน ครับ


วัสดุและสี: กระดาษขาว คราฟท์ และการพิมพ์ที่ปลอดภัยกับอาหาร

วัสดุมาตรฐานที่มีของพร้อมเสมอคือกระดาษขาวและกระดาษคราฟท์ครับ กระดาษขาวให้ลุคสะอาดเรียบร้อย พิมพ์โลโก้ออกมาคมชัดที่สุด ส่วนคราฟท์ให้โทนธรรมชาติ เข้ากับร้านสายมินิมอลหรืออีโค ทั้งสองสีเราสต็อกไว้ตลอด ถ้าอยากได้สีกระดาษอื่นนอกจากสองสีนี้ ต้องเช็คกับฝ่ายขายเป็นเคสไป เพราะไม่ได้มีของพร้อมทุกสี

เรื่องที่ร้านอาหารต้องมั่นใจที่สุดคือความปลอดภัยของหมึกที่สัมผัสปาก แนปกิ้นของเราพิมพ์ด้วย สีน้ำ (water-based) ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหาร (certified food-contact-safe) และ ขอใบรับรองได้ ครับ เราขอไม่อ้างเลขมาตรฐานเจาะจงลอยๆ ในบทความ เพราะอยากให้คุณเห็นเอกสารตัวจริงตอนสั่งมากกว่าตัวเลขบนหน้าเว็บ ถ้าเป็นร้านที่ต้องใช้เอกสารประกอบ อย่างโรงแรมหรือเชนใหญ่ แจ้งมาได้เลย เราเตรียมใบรับรองให้พร้อมออเดอร์


พิมพ์โลโก้บนแนปกิ้น พิมพ์ได้กี่สี และออกแบบยังไงให้พิมพ์ออกมาสวย

สำหรับแนปกิ้น เราแนะนำพิมพ์ 1 สี ด้วยโลโก้แบบเส้น (fineline / line-art) เป็นหลักครับ เพราะบนเนื้อทิชชู่ที่ซับน้ำ ลายเส้นสะอาดสีเดียวจะพิมพ์ออกมาคมชัดที่สุด ส่วนงานที่อยากได้มากกว่า 1 สีทำได้เป็นเคสไป (case-by-case) แต่สิ่งที่เราไม่แนะนำคือลายไล่เฉด (gradient), ภาพถ่ายจริง หรือรายละเอียดเล็กมากๆ เพราะเนื้อกระดาษจะดูดหมึกจนรายละเอียดเบลอ ไฟล์ที่ดีที่สุดคือไฟล์เวกเตอร์ (.ai) ส่วน PDF หรือ PNG ความละเอียดสูงพอใช้ได้ในบางงาน

จุดที่หลายร้านเข้าใจผิดคือคิดว่าโลโก้เต็มสีสวยๆ ที่ใช้บนป้ายหรือถุง จะพิมพ์ลงแนปกิ้นได้เหมือนกันครับ พอเอาลายละเอียดหรือไล่เฉดไปลงบนทิชชู่ที่ซับน้ำ ผลที่ได้มักเบลอและไม่คมอย่างที่คิด เราถึงแนะนำให้ทำเวอร์ชันลายเส้นสีเดียวสำหรับงานพิมพ์แนปกิ้นโดยเฉพาะ ซึ่งกลับดูสะอาดและเป็นแบรนด์กว่าด้วยซ้ำ นี่คือการบอกกันตรงๆ ที่เราอยากให้ก่อนจ่ายเงิน ไม่ใช่ปล่อยให้พิมพ์ไปแล้วค่อยมาเสียใจ

มองอีกมุม แนปกิ้นพิมพ์โลโก้เป็นพื้นที่แบรนด์ต้นทุนต่ำที่ลูกค้าสัมผัสทุกมื้อ ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาเช็ด โลโก้ก็ทำงานให้ร้านโดยไม่ต้องลงทุนอะไรซับซ้อน ใครอยากเข้าใจว่าทำไมแนปกิ้นถึงเป็นเครื่องมือการตลาดที่คุ้ม อ่านต่อได้ที่ ทำไมแนปกิ้นพิมพ์โลโก้เป็นเครื่องมือการตลาด และ แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ คือโฆษณาที่ถูกที่สุดของร้าน ครับ


สั่งขั้นต่ำเท่าไหร่ ผลิตกี่วัน

ขั้นต่ำในการสั่งแนปกิ้นพิมพ์โลโก้คือ 10 ลัง ต่อขนาด ต่อโลโก้ ครับ (จำนวนแผ่นต่อลังต่างกันไปตามขนาดและความหนา) และใช้เวลาผลิตประมาณ 20 ถึง 30 วัน หลังยืนยันแบบ (mock-up) ส่วนงานเร่งคุยกันได้เป็นเคสไป จุดนี้สำคัญมากเวลาวางแผน เพราะถ้าร้านมีกำหนดเปิดหรืออีเวนต์ ต้องเผื่อเวลาช่วงนี้ไว้ตั้งแต่แรก

เรื่องที่หลายร้านเซอร์ไพรส์คือคิดว่าแนปกิ้นเป็นของสั่งง่าย จำนวนน้อยๆ และได้ของเร็ว ความจริงเมื่อเทียบกับกระดาษรองอาหารหรือกระดาษรองแก้ว แนปกิ้นมี MOQ ที่สูงกว่าและใช้เวลาผลิต 20 ถึง 30 วัน การรู้ตรงนี้ตั้งแต่ต้นคือส่วนที่ช่วยร้านได้จริง เพราะมันคือการตั้งความคาดหวังให้ถูก ไม่ใช่มาเร่งกันตอนใกล้เปิดร้าน ส่วนเรื่องราคา เราขอไม่โยนตัวเลขต่อแผ่นลอยๆ ให้ครับ เพราะมันขึ้นกับหลายตัวแปรพร้อมกัน คือขนาด ความหนา จำนวนสีพิมพ์ และขนาดโลโก้ บอกเราแค่ว่าร้านจะใช้สเปกไหน แล้วเราประเมินให้ได้แม่นกว่าเดาจากตัวเลขเฉลี่ย อยากดูคำถามเรื่องการสั่งผลิตแบบรวมๆ อ่านต่อได้ที่ คำถามที่พบบ่อยเรื่องสั่งแนปกิ้นพิมพ์โลโก้ ครับ


ร้านแต่ละแบบควรใช้แนปกิ้นแบบไหน

วิธีที่เร็วที่สุดคือดูจากประเภทร้าน แล้วจับคู่ขนาดกับจำนวนชั้นให้ตรงกับสไตล์การเสิร์ฟครับ คาเฟ่และร้านทั่วไปใช้ 33×33 ซม. 1 ชั้นก็ครบ ร้านสไตล์ตะวันตกที่จานใหญ่ขยับไป 40×40 คาเฟ่ขนมหวานใช้ 24×24 ส่วนโรงแรมและ fine dining ควรขยับเป็น 2 ชั้นหรือ Quilted เพื่อสัมผัสคล้ายผ้า ตารางนี้คือแนวที่เราใช้แนะนำจริงเวลาลูกค้าทักมาถาม

ประเภทร้านขนาดแนะนำจำนวนชั้นหมายเหตุ
คาเฟ่ / ร้านทั่วไป33×33 ซม.1 ชั้นค่ากลาง คุ้มและใช้ง่าย
ร้านอาหารสไตล์ตะวันตก / ฟาสต์แคชวลพรีเมียม40×40 ซม.1 ถึง 2 ชั้นจานใหญ่ มื้อจริงจัง อยากได้ลุคเต็มโต๊ะ
คาเฟ่ขนมหวาน / เบเกอรี่24×24 ซม.1 ชั้นของชิ้นเล็ก คุมต้นทุนต่อแผ่น
โรงแรม / fine dining33×33 หรือ 40×40 ซม.2 ชั้น หรือ Quiltedเนื้อนุ่มคล้ายผ้า ยกมาตรฐานบนโต๊ะ
บาร์ / ร้านค็อกเทลที่ห่อแก้ว33×33 ซม. (แนปกิ้นห่อแก้ว)1 ชั้นสเปกตายตัวสำหรับงานห่อแก้ว

แถวสุดท้ายในตารางคือเคสร้านบาร์ตอนต้นบทความครับ แนปกิ้นห่อแก้วเป็นสเปกตายตัวที่ 33×33 ซม. 1 ชั้น แต่สิ่งที่ทำให้งานออกมาดีไม่ใช่แค่สเปก มันคือการวางโลโก้ให้พอดีกับแก้วจริงของร้าน ซึ่งเรามักม็อกอัพให้ดูก่อนสั่งจริงเสมอ ร้านแต่ละแบบมีเหตุผลของตัวเองในการเลือก อยากอ่านว่าร้านมืออาชีพหรือร้านที่ใส่ใจรายละเอียดเลือกกันยังไง ดูต่อได้ที่ ทิชชู่แต่ละประเภทสำหรับร้านอาหารและโรงแรม, ทำไมร้านมืออาชีพเลือกทิชชู่ไม่เหมือนกัน, แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ ใช้ยังไงให้ดูพรีเมียม และ ร้านที่ใส่ใจทิชชู่ได้ใจลูกค้ายังไง ครับ


จัดวางและพับแนปกิ้นบนโต๊ะยังไงให้ดูดี

แนปกิ้นที่เลือกมาดีจะดูดีขึ้นอีกถ้าพับและจัดวางให้เข้ากับโต๊ะครับ การพับที่ดูเรียบร้อยช่วยยกภาพร้านโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุน ไม่ว่าจะพับใส่ที่กดแนปกิ้น พับวางข้างจาน หรือพับเป็นทรงสำหรับมื้อจัดเสิร์ฟ เลือกให้เข้ากับสไตล์การเสิร์ฟ แล้วโลโก้ที่พิมพ์ไว้จะได้อยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นพอดี ใครอยากได้ไอเดียการพับแบบเป็นขั้นตอน อ่านต่อได้ที่ วิธีพับกระดาษทิชชู่เช็ดปากให้ดูดี ครับ


พร้อมสั่งผลิตแล้ว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพอเห็นภาพว่าร้านควรใช้จำนวนชั้น ขนาด และวัสดุแบบไหน ขั้นต่อไปง่ายมากครับ ดูรายละเอียดสเปก ขนาด และตัวอย่างงานได้ที่หน้าสินค้า กระดาษเช็ดปากพิมพ์โลโก้ ของเรา สิ่งเดียวที่อยากให้เตรียมคือไฟล์โลโก้แบบเส้น (เวกเตอร์ .ai ได้ดีที่สุด) แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าร้านควรเลือกแบบไหน ไม่ต้องรีบสั่งก็ได้ ทักมาให้เราช่วยแนะนำการเลือกที่เหมาะกับหน้าร้านก่อน เพราะการเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกคือสิ่งที่ซัพพลายเออร์ที่ดีมีไว้ช่วยครับ

อยากได้แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ที่เข้ากับร้าน ทักไลน์มาบอกประเภทร้าน (คาเฟ่ ร้านอาหาร โรงแรม บาร์) ขนาดที่สนใจ และส่งไฟล์โลโก้แบบเส้นมาได้เลยครับ เดี๋ยวเราแนะนำจำนวนชั้น ขนาด แล้วประเมินจำนวนสั่งกับเวลาผลิตให้ คุยกันได้เลยทาง LINE ไม่มีขั้นต่ำในการปรึกษาครับ


คำถามที่ร้านถามบ่อย

แนปกิ้นพิมพ์โลโก้ เลือกยังไงให้เหมาะกับร้าน
ดูจาก 4 เรื่องหลักครับ จำนวนชั้น (1 ชั้นทั่วไป, 2 ชั้นหรือ Quilted สำหรับโรงแรม-ร้านพรีเมียม), ขนาด (33×33 ค่ากลาง, 40×40 ร้านตะวันตก, 24×24 คาเฟ่ขนมหวาน), วัสดุและการพิมพ์ (กระดาษขาวหรือคราฟท์ พิมพ์สีน้ำปลอดภัยกับอาหาร โลโก้แบบเส้น 1 สี) และจำนวนสั่งกับเวลาผลิต (ขั้นต่ำ 10 ลังต่อขนาดต่อโลโก้ ผลิต 20 ถึง 30 วัน) เริ่มจากประเภทร้านและเมนู แล้วที่เหลือจะตามมาเอง

แนปกิ้น 1 ชั้น กับ 2 ชั้น ต่างกันยังไง ร้านผมควรใช้แบบไหน
1 ชั้นบางกว่า ต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่า เน้นเช็ดแล้วทิ้ง เหมาะกับร้านทั่วไปและร้านที่ใช้ปริมาณเยอะ ส่วน 2 ชั้นและ Quilted หนากว่า นุ่มกว่า สัมผัสคล้ายผ้า เหมาะกับโรงแรมและร้านพรีเมียมที่ภาพลักษณ์บนโต๊ะสำคัญ ถ้าร้านเน้นความคล่องและคุมต้นทุน 1 ชั้นเอาอยู่ครับ

ขนาด 33×33 กับ 40×40 ต่างกันยังไง ร้านคาเฟ่ควรใช้ขนาดไหน
33×33 ซม. เป็นค่ากลางที่ร้านส่วนใหญ่และคาเฟ่ทั่วไปใช้ ครอบคลุมเกือบทุกเมนู ส่วน 40×40 ซม. ใหญ่กว่า เหมาะกับร้านสไตล์ตะวันตกและมื้อจริงจังที่จานใหญ่ คาเฟ่ทั่วไปเริ่มที่ 33×33 ได้เลยครับ ถ้าเป็นคาเฟ่ขนมหวานชิ้นเล็กลองพิจารณา 24×24 เพื่อคุมต้นทุน

พิมพ์โลโก้บนแนปกิ้นได้กี่สี พิมพ์ภาพละเอียดหรือไล่เฉดได้ไหม
แนะนำ 1 สี ด้วยโลโก้แบบเส้น (fineline) เพราะพิมพ์บนเนื้อทิชชู่ที่ซับน้ำได้คมชัดที่สุดครับ มากกว่า 1 สีทำได้เป็นเคสไป แต่เราไม่แนะนำลายไล่เฉด ภาพถ่ายจริง หรือรายละเอียดเล็กมากๆ เพราะจะเบลอบนเนื้อกระดาษ ไฟล์เวกเตอร์ (.ai) ใช้งานได้ดีที่สุด

หมึกที่พิมพ์ปลอดภัยกับอาหารไหม ขอใบรับรองได้ไหม
ปลอดภัยครับ แนปกิ้นของเราพิมพ์ด้วยสีน้ำ (water-based) ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหาร (certified food-contact-safe) และขอใบรับรองได้ทุกออเดอร์ ถ้าร้านต้องใช้เอกสารประกอบ แจ้งมาได้เลย เราเตรียมให้พร้อมกับงาน

สั่งขั้นต่ำกี่ลัง (MOQ)
ขั้นต่ำ 10 ลัง ต่อขนาด ต่อโลโก้ครับ จำนวนแผ่นต่อลังต่างกันไปตามขนาดและความหนา ถ้าร้านมีหลายขนาดหรือหลายโลโก้ MOQ จะคิดแยกตามแต่ละแบบ บอกสเปกที่อยากได้มา เดี๋ยวเราช่วยคำนวณให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ

ผลิตกี่วัน งานเร่งได้ไหม
ประมาณ 20 ถึง 30 วันนับจากยืนยันแบบ (mock-up) ครับ เพราะต้องทำแม่พิมพ์และรอให้งานพิมพ์เรียบร้อยก่อนส่ง ไม่ควรสั่งกระชั้นกับวันเปิดร้านหรืออีเวนต์ ถ้ามีเดดไลน์เร่งจริง บอกมาได้ เราดูเป็นเคสไปและพยายามหาทางให้ทันเสมอ

มีสีกระดาษอะไรให้เลือกบ้าง
สีที่มีของพร้อมเสมอคือกระดาษขาวและกระดาษคราฟท์ครับ ขาวให้ลุคสะอาดและพิมพ์คมชัด คราฟท์ให้โทนธรรมชาติเข้ากับร้านสายมินิมอลหรืออีโค ถ้าอยากได้สีอื่นนอกจากสองสีนี้ ต้องเช็คกับฝ่ายขายเป็นเคสไป เพราะไม่ได้มีของพร้อมทุกสี


ที่ 91 Marketing เรามองลูกค้าเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่ออเดอร์ครั้งเดียว หัวใจของการเลือกแนปกิ้นให้ถูกคือเลือกให้เข้ากับหน้าร้านและพิมพ์ออกมาคมชัด แล้ววางแผน MOQ กับเวลาผลิต 20 ถึง 30 วันให้ของมาถึงทันเวลาที่ร้านต้องใช้จริง อย่างเคสร้านบาร์ตอนต้น ถ้าเรารีบสั่งโดยไม่ม็อกอัพก่อน โลโก้อาจวางไม่พอดีกับแก้ว การเลือกและวางแผนให้ถูกตั้งแต่แรก คือสิ่งที่เราอยากให้คุณได้กลับไปครับ พร้อมเมื่อไหร่ ทักไลน์มาบอกประเภทร้าน ขนาดที่สนใจ และส่งไฟล์โลโก้แบบเส้นมาได้เลย เดี๋ยวเราช่วยจับคู่ให้ 91 Marketing, One Stop No Stress ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *