มีจังหวะหนึ่งที่เราเจอบ่อยมากครับ เวลาร้านคาเฟ่หรือร้านเบเกอรี่เพิ่งเปิด แล้วทักเข้ามาถามเรื่องถุงพิมพ์โลโก้เป็นครั้งแรก เจ้าของร้านมักคิดว่าตัวเองต้องการถุงแบบเดียวไว้ใช้กับทุกงาน ทั้งใส่ของทอดของร้อนหิ้วกลับบ้าน ใส่เครื่องดื่มหรือของเปียกสำหรับเดลิเวอรี และใส่ขนมชิ้นเล็กอย่างคุกกี้หรือครัวซองต์วางหน้าร้าน พอคุยกันไปสักพักถึงได้เห็นภาพว่า สามงานนี้จริงๆ แล้วคือถุงคนละประเภทกัน และที่หลายร้านเซอร์ไพรส์กว่านั้นคือ ขั้นต่ำในการสั่งของแต่ละแบบยังคิดกันคนละหน่วย บางแบบนับเป็นใบ แต่บางแบบนับเป็นกิโล

หน้านี้เราตั้งใจเขียนให้จบเรื่องถุงในหน้าเดียวครับ เราจะพาไล่การตัดสินใจเรื่องถุงพิมพ์โลโก้ทั้งหมดทีละแกน ตั้งแต่เลือกวัสดุ จับคู่การใช้งาน ขนาด หูจับ การพิมพ์ ไปจนถึงจำนวนสั่งขั้นต่ำและเวลาผลิต จุดไหนที่อยากอ่านลึกกว่านี้ เรามีลิงก์พาไปต่อให้ทุกช่วง อ่านจบแล้วจะเลือกได้เองว่าร้านคุณควรใช้ถุงแบบไหนกับงานไหน โดยไม่ต้องเดา

คำตอบสั้นๆ: เลือกถุงพิมพ์โลโก้ให้เหมาะกับร้าน ดูตามลำดับนี้ครับ หนึ่ง เลือกวัสดุตามงาน (ถุงพลาสติกสำหรับของเปียกและเดลิเวอรี, ถุงกระดาษสำหรับหิ้วกลับแบบดูดี, ถุงกระดาษใส่ขนมสำหรับเบเกอรี่ชิ้นเล็ก) สอง ขนาดตามของที่จะใส่ สาม หูจับ (หูหิ้วหรือหูเจาะสำหรับพลาสติก, หูเกลียวสำหรับกระดาษ, ถุงขนมไม่มีหู) สี่ การพิมพ์โลโก้ และห้า จำนวนสั่งขั้นต่ำ ซึ่งหน่วยต่างกัน คือ ถุงพลาสติกคิดเป็นกิโล เริ่มที่ 100 กิโล ส่วนถุงกระดาษเริ่ม 500 ใบ และถุงใส่ขนมเริ่ม 3,000 ใบ

สรุปหลักคิดที่ใช้ได้ทันทีก่อนลงรายละเอียดครับ ให้เลือกถุงจากงานที่ต้องใช้จริง ไม่ใช่เลือกจากราคาอย่างเดียว เพราะถุงสามตระกูลหลัก คือ พลาสติก กระดาษ และถุงใส่ขนม ทำหน้าที่คนละอย่างกัน หูจับก็ต่างกันไปตามวัสดุ พลาสติกใช้หูหิ้วหรือหูเจาะ กระดาษใช้หูเกลียว ส่วนถุงขนมไม่มีหู และจุดที่ร้านพลาดกันบ่อยที่สุดคือหน่วยของขั้นต่ำ ถุงพลาสติกคิดเป็นกิโล ขณะที่ถุงกระดาษและถุงใส่ขนมคิดเป็นใบ สุดท้าย ถุงทุกแบบต้องเผื่อเวลาผลิตประมาณ 15 ถึง 30 วัน วางแผนล่วงหน้าไว้เสมอ อย่าสั่งกระชั้นกับวันเปิดร้านหรืออีเวนต์


ถุงพิมพ์โลโก้ เลือกยังไง เริ่มจากอะไร (ภาพรวมก่อนตัดสินใจ)

เริ่มจากการใช้งานจริงของร้าน แล้วไล่ตัดสินใจไปตาม 5 แกนนี้ครับ วัสดุ (ถุงจะทำหน้าที่อะไร), การใช้งาน (จับคู่ประเภทถุงกับงาน), ขนาด (ตามของที่ใส่), หูจับ (ตามวัสดุและวิธีถือ) และการพิมพ์โลโก้ พอได้ครบห้าแกนนี้ เรื่องจำนวนสั่งขั้นต่ำกับเวลาผลิตจะตามมาเอง

ที่ 91 Marketing เวลาลูกค้าทักมาว่าอยากได้ถุงพิมพ์โลโก้ คำถามแรกที่เราถามกลับเสมอไม่ใช่ “เอากี่ใบ” แต่เป็น “ร้านจะใช้ถุงใส่อะไร” เพราะของที่ใส่จะเป็นตัวกำหนดวัสดุ ขนาด และหูจับที่เหมาะเองเกือบทั้งหมด คิดแบบนี้แล้วจะได้ถุงที่ใช้ได้จริงหน้าร้าน ไม่ใช่ถุงที่ถูกแต่ไม่พอดีกับงาน ในหน้านี้เราจะสรุปแต่ละแกนให้เห็นภาพก่อน แล้วมีลิงก์ให้เจาะลึกทีละเรื่องตามที่คุณอยากรู้จริงๆ


ถุงพิมพ์โลโก้มี 3 แบบหลัก: พลาสติก กระดาษ ถุงใส่ขนม ต่างกันยังไง

ถุงที่ร้าน F&B ใช้กันจริงแบ่งเป็นสามตระกูลหลักครับ แต่ละแบบเกิดมาเพื่อคนละงาน ถ้าเข้าใจสามแบบนี้ก่อน ที่เหลือจะเลือกง่ายขึ้นเยอะ เราขอไล่ตามลำดับ พลาสติก กระดาษ และถุงใส่ขนม

ถุงพลาสติกพิมพ์โลโก้ เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานทั่วไป ของเปียก และเดลิเวอรี มีสามแบบให้เลือกตามลุคที่อยากได้ คือ แบบใส (เนื้อ PE ยอดนิยมและดูพรีเมียม), แบบขาว (เนื้อ HDPE) และแบบขุ่น (เนื้อ HDPE ได้รับความนิยมน้อยที่สุดในสามแบบ) จุดเด่นคือกันเปียกและรับของเหลวได้ดี อยากดูว่าถุงพลาสติกแต่ละเนื้อต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี อ่านต่อได้ที่ ถุงพลาสติกแต่ละเนื้อต่างกันยังไง ครับ

ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ เป็นถุงหิ้วกลับที่ให้ลุคดูดีมีระดับ มีหูเกลียว (twisted handle) เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการหยิบยื่นให้ลูกค้าแบบพรีเมียม ใส่ของแห้งหรือของที่แพ็กมาแล้ว วัสดุมีทั้งกระดาษคราฟท์และกระดาษขาว ส่วนขนาดเราขอไม่ฟันธงแทนในบทความ เพราะต้องดูจากของที่ใส่จริง (เดี๋ยวเล่าเรื่องขนาดในหัวข้อถัดไป) อยากรู้ว่าถุงกระดาษมีกี่แบบ เลือกกระดาษและงานพิมพ์ยังไง อ่านต่อได้ที่ ถุงกระดาษมีกี่แบบ เลือกยังไง ครับ

ถุงกระดาษใส่ขนม เป็นคนละตัวกับถุงกระดาษหิ้วครับ จุดต่างสำคัญคือไม่มีหู และมีก้น (flat-bottom) ตั้งได้ เหมาะกับเบเกอรี่ คุกกี้ และของว่างชิ้นเล็ก ให้ลูกค้าหยิบง่ายและวางโชว์หน้าร้านสวย จำง่ายๆ ว่าถุงหิ้วมีหูไว้ถือ ส่วนถุงขนมไม่มีหูแต่ตั้งก้นเองได้

ถ้าสิ่งที่คุณอยากรู้จริงๆ คือ “ระหว่างถุงกระดาษกับถุงพลาสติก แบบไหนดีกว่ากัน” ซึ่งเป็นคำถามที่ลึกและมีหลายมุม เราเขียนเทียบข้อดีข้อเสีย ถุงกระดาษ vs ถุงพลาสติก ไว้แบบละเอียดในอีกบทความแล้ว อ่านต่อได้ที่ ถุงกระดาษ vs ถุงพลาสติก แบบไหนดีกว่ากัน ครับ ในหน้านี้เราขอโฟกัสที่การเลือกภาพรวมก่อน


ถุงแบบไหนเหมาะกับงานแบบไหน (จับคู่การใช้งาน)

พอรู้จักสามตระกูลแล้ว มาจับคู่กับงานจริงของร้านครับ งานของเปียก น้ำเยอะ หรือเดลิเวอรีที่ต้องกันรั่วซึม ถุงพลาสติกแบบใสเนื้อ PE ตอบโจทย์ที่สุด เพราะกันน้ำและมองเห็นของข้างในชัด งานหิ้วกลับที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ของมีระดับ เช่น เค้กทั้งกล่อง ของฝาก หรือสินค้าที่แพ็กสวย ถุงกระดาษหูเกลียวจะยกภาพให้ทันที ส่วนขนมชิ้นเล็กอย่างคุกกี้ ครัวซองต์ หรือเบเกอรี่หน้าร้าน ถุงกระดาษใส่ขนมแบบมีก้นคือตัวเลือกที่ใช่

จุดที่อยากให้เห็นคือ ร้านเดียวมักใช้มากกว่าหนึ่งตระกูลพร้อมกันครับ คาเฟ่ที่ขายทั้งเครื่องดื่มเดลิเวอรีและขนมหน้าร้าน จริงๆ ต้องใช้ทั้งถุงพลาสติกใสสำหรับส่งเครื่องดื่ม และถุงกระดาษใส่ขนมสำหรับเบเกอรี่ในตู้ ไม่ใช่ถุงแบบเดียวจบ นี่คือเหตุผลที่เราให้เริ่มจากงาน ไม่ใช่เริ่มจากถุง เพราะพอแยกงานออกมาชัด จะเห็นเองว่าต้องสั่งกี่ตระกูล และแต่ละตระกูลใช้จำนวนเท่าไร

ทริคที่เราแนะนำบ่อยครับ ถ้าสินค้าหรือกล่องอาหารขนาดใหญ่ แนะนำใช้ถุงพลาสติกมากกว่า เพราะยืดหยุ่นกว่าถุงกระดาษ จึงรับของชิ้นใหญ่หรือทรงไม่ค่อยพอดีได้สบายกว่า ส่วนถุงกระดาษทรงจะค่อนข้างอยู่ตัว เหมาะกับของที่แพ็กมาเป็นทรงชัดเจนอยู่แล้ว

เรื่องเดลิเวอรีกับการหิ้วกลับหน้าร้านมีรายละเอียดที่ต่างกันอยู่พอสมควร ทั้งเรื่องการกันรั่ว การถือ และภาพลักษณ์ ใครกำลังชั่งใจสองงานนี้ว่าจะเน้นแบบไหน อ่านต่อเรื่อง ถุงสำหรับเดลิเวอรีกับหิ้วกลับ เลือกยังไง ได้เลยครับ


ขนาดถุงเลือกยังไง

หลักของการเลือกขนาดถุงมีข้อเดียวครับ ขนาดตามของที่จะใส่ ไม่ใช่เลือกขนาดก่อนแล้วค่อยยัดของลงไป สำหรับถุงกระดาษใส่ขนม เรามีขนาดมาตรฐานให้เริ่มดูได้เลย คือ KB01 ถึง KB03 และขนาด 14.6×9×27 ซม. ซึ่งครอบคลุมขนมและของว่างชิ้นเล็กส่วนใหญ่ ตั้งแต่คุกกี้ไม่กี่ชิ้น ไปจนถึงครัวซองต์หรือขนมปังก้อนยาว วิธีเช็กง่ายๆ คือหยิบขนมที่ขายจริงมาลองเทียบกับขนาดถุง แล้วดูว่าใส่แล้วพอดี ไม่หลวมจนขนมกลิ้ง และไม่คับจนหยิบยาก

ส่วนถุงกระดาษหิ้วและถุงพลาสติก ขนาดจะกว้างและปรับได้เยอะกว่า เราจึงไม่ฟันธงขนาดตายตัวให้ในบทความ แต่ใช้วิธีถามของที่จะใส่ ขนาดชิ้นงาน และจำนวนต่อถุง แล้วประเมินขนาดที่พอดีให้ วิธีนี้แม่นกว่าการไล่ตารางขนาดในหัวเยอะ เพราะถุงที่ใหญ่เกินไปก็เปลืองต้นทุน ถุงที่เล็กเกินไปก็ใส่ของไม่ลง เรื่องขนาดกับต้นทุนสัมพันธ์กันโดยตรง อยากเข้าใจว่าขนาดและสเปกมีผลกับราคายังไง อ่านต่อได้ที่ ขนาดและสเปกถุงมีผลกับราคายังไง และ เลือกขนาดถุงให้คุ้มต้นทุน ครับ


หูจับถุง: หูหิ้ว หูเจาะ หูเกลียว และแบบไม่มีหู

หูจับเป็นอีกจุดที่คนมักมองข้าม แต่จริงๆ แล้วมันผูกกับวัสดุและวิธีถือของลูกค้าครับ ถุงพลาสติกส่วนใหญ่ใช้หูหิ้ว (แบบหิ้วยอดนิยม) หรือหูเจาะ (เจาะรูให้สอดมือ) ถ้าร้านอยากได้ถุงหูหิ้วพิมพ์โลโก้ไว้ใส่ของเดลิเวอรีหรือของทั่วไป สองแบบนี้คือค่ามาตรฐาน ส่วนถุงกระดาษหิ้วใช้หูเกลียว ซึ่งให้ลุคเรียบร้อยดูดีเวลาหิ้ว และถุงกระดาษใส่ขนมจะไม่มีหู เพราะออกแบบมาให้ตั้งก้นโชว์หน้าร้านมากกว่าถือหิ้ว

เลือกหูจับให้ตรงกับวิธีที่ลูกค้าจะถือของจริง แล้วถุงจะใช้งานคล่องไม่ขาดคามือ อยากดูสเปกหูจับ ข้อควรระวัง และจุดที่ร้านมักเลือกพลาด อ่านต่อได้ที่ สเปกหูจับถุงและข้อควรรู้ และ จุดที่ร้านมักเลือกถุงพลาด ครับ


พิมพ์โลโก้บนถุง พิมพ์ได้กี่สี ออกแบบยังไง

จุดที่ทำให้ถุงกลายเป็นสื่อของแบรนด์คือโลโก้ที่พิมพ์ลงไปครับ แต่ละวัสดุพิมพ์ได้ไม่เท่ากัน เราขอบอกตามจริงตามที่ทำได้ ถุงกระดาษใส่ขนมเริ่มต้นที่ 1 สี 1 ด้าน เหมาะกับโลโก้เส้นสะอาดๆ และถ้าอยากได้มากกว่านั้น ทั้งเพิ่มสี เพิ่มด้าน หรือทำแบบปรับแต่งพิเศษ ก็ทำได้ ให้ทีมขายประเมินตามงาน ถุงพลาสติกพิมพ์ได้ 1 ถึง 2 สี จบในแชทได้เลย ถ้าอยากได้มากกว่า 2 สีต้องให้ทีมขายประเมินเพิ่ม และมีค่าบล็อกพิมพ์คิดแยกต่างหาก ส่วนถุงกระดาษหิ้ว จำนวนสีขึ้นกับงานและชนิดกระดาษ เราจึงให้แจ้งจำนวนสีของโลโก้มา แล้วทีมขายประเมินให้เป็นเคสไป

คำแนะนำที่เราให้บ่อยคือ ทำโลโก้เวอร์ชันลายเส้นสีเดียวเตรียมไว้เลยครับ เพราะบนถุง โดยเฉพาะถุงกระดาษคราฟท์ที่ผิวไม่เรียบเท่ากระดาษอาร์ต ลายเส้นสีเดียวจะคมและอ่านออกง่ายกว่าโลโก้ไล่เฉดหรือภาพรายละเอียดเยอะ อีกทั้งการพิมพ์สีเดียวยังคุมต้นทุนได้ดีที่สุด ได้ภาพแบรนด์ที่สะอาดในราคาที่คุมได้ ถ้าแบรนด์มีโลโก้เต็มสีอยู่แล้ว ส่งไฟล์มาให้เราดู เดี๋ยวช่วยแนะนำว่าเวอร์ชันไหนพิมพ์บนถุงแล้วออกมาดีที่สุด

มองอีกมุม ถุงพิมพ์โลโก้คือพื้นที่แบรนด์ต้นทุนต่ำที่เดินออกจากร้านไปกับลูกค้าทุกวัน ทุกครั้งที่มีคนถือถุงของร้านเดินตามถนนหรือถ่ายลงโซเชียล โลโก้ก็ทำงานให้ร้านฟรีๆ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรซับซ้อน อยากได้ไอเดียการออกแบบและใช้ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ให้เป็นแบรนด์ อ่านต่อได้ที่ ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ ทำแบรนด์ยังไง, ออกแบบโลโก้บนถุงให้ดูดี และ ใช้ถุงเป็นสื่อของแบรนด์ ครับ


สั่งทำถุงพิมพ์โลโก้ ขั้นต่ำเท่าไหร่ ผลิตกี่วัน (หน่วย MOQ ต่างกัน)

หัวข้อนี้คือหัวใจที่ทำให้หลายร้านงงตอนขอราคาครับ เพราะถุงสามแบบคิดขั้นต่ำคนละหน่วยกัน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวใช้ได้หมด ขอไล่ให้ชัดทีละแบบ

ถุงพลาสติกพิมพ์โลโก้ คิดขั้นต่ำเป็นน้ำหนัก ไม่ใช่จำนวนใบ เริ่มที่ 100 กิโลกรัม และมีขั้น 100 / 150 / 200 กิโลกรัมให้เลือก เหตุผลตรงไปตรงมาคือ ถุงพลาสติกทำและคิดราคาจากน้ำหนักเม็ดพลาสติก (resin) ที่ใช้ ขั้นต่ำจึงเป็นน้ำหนัก ไม่ใช่หัวนับเป็นใบ และเพราะเป็นการทำเป็นล็อตตามน้ำหนัก จำนวนใบที่ได้จริงจะมีความคลาดเคลื่อนประมาณ ±10% ซึ่งเป็นเรื่องปกติของงานถุงพลาสติก ใช้เวลาผลิตประมาณ 30 วัน

ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ คิดเป็นใบ เริ่มที่ 500 ใบ สำหรับสเปกมาตรฐาน และ 2,000 ใบ สำหรับงานปรับแต่งพิเศษ ใช้เวลาผลิตประมาณ 15 ถึง 30 วัน แล้วแต่ความซับซ้อนของงาน

ถุงกระดาษใส่ขนม คิดเป็นใบเช่นกัน มีขั้น 3,000 / 5,000 / 10,000 ใบ ใช้เวลาผลิตประมาณ 20 วัน

จะเห็นว่าเทียบตัวเลขขั้นต่ำตรงๆ ระหว่างสามแบบไม่ได้ เพราะ 100 ของถุงพลาสติกคือ 100 กิโล ส่วน 500 ของถุงกระดาษคือ 500 ใบ คนละหน่วยกันโดยสิ้นเชิง เวลาวางแผนงบและสต็อก ให้เทียบกันที่งานที่ต้องใช้ ไม่ใช่ที่ตัวเลขขั้นต่ำดิบๆ และอย่าลืมเผื่อเวลาผลิตไว้เสมอ อยากได้เช็คลิสต์ว่าสั่งทำถุงพิมพ์โลโก้ต้องเตรียมอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ เช็คลิสต์ 7 ข้อก่อนสั่งทำถุง ครับ ส่วนเรื่องราคา เราขอไม่โยนตัวเลขต่อใบหรือต่อกิโลลอยๆ ให้ เพราะมันขึ้นกับวัสดุ ขนาด จำนวนสี และจำนวนสั่งพร้อมกัน บอกสเปกที่อยากได้มา แล้วเราประเมินให้แม่นกว่าเดาจากค่าเฉลี่ยครับ


สรุปเทียบถุงทั้ง 3 แบบในตารางเดียว

ประเภทถุงวัสดุ / แบบหูจับเหมาะกับงานขั้นต่ำ (MOQ)ผลิต
ถุงพลาสติกพิมพ์โลโก้ใส (PE), ขาว/ขุ่น (HDPE)หูหิ้ว / หูเจาะของเปียก เดลิเวอรี ใช้ทั่วไป100 / 150 / 200 กิโลกรัม (เริ่ม 100 กิโล)~30 วัน
ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้กระดาษ (คราฟท์/ขาว)หูเกลียวหิ้วกลับแบบดูดี ของแห้ง500 ใบ (มาตรฐาน) / 2,000 ใบ (ปรับแต่ง)~15 ถึง 30 วัน
ถุงกระดาษใส่ขนมกระดาษ มีก้น (KB01 ถึง KB03, 14.6×9×27)ไม่มีหูเบเกอรี่ คุกกี้ ของว่างชิ้นเล็ก3,000 / 5,000 / 10,000 ใบ~20 วัน

ข้อสำคัญที่ต้องอ่านคู่กับตารางครับ หน่วยขั้นต่ำของสามแบบไม่เหมือนกัน ถุงพลาสติกคิดเป็นกิโล ส่วนถุงกระดาษและถุงใส่ขนมคิดเป็นใบ เพราะฉะนั้นอย่าเอาตัวเลขขั้นต่ำมาเทียบกันตรงๆ ให้เทียบที่งานที่ร้านต้องใช้จริงแทน


พร้อมสั่งถุงพิมพ์โลโก้แล้ว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพอเห็นภาพว่าร้านควรใช้ถุงแบบไหน ขั้นต่อไปง่ายมากครับ ทักไลน์มาบอกเราสามอย่าง หนึ่ง ร้านเป็นแบบไหน (คาเฟ่ เบเกอรี่ ร้านอาหาร เดลิเวอรี) สอง จะใช้ถุงใส่อะไร และสาม ส่งไฟล์โลโก้มาด้วย (ไฟล์เวกเตอร์ .ai หรือ .pdf ได้ดีที่สุด) แล้วเราจะช่วยจับคู่วัสดุ ขนาด หูจับ และประเมินจำนวนสั่งกับเวลาผลิตให้ คุยกันได้เลยทาง LINE ไม่มีขั้นต่ำในการปรึกษาครับ

อยากดูสเปกและตัวอย่างงานของแต่ละแบบก่อนตัดสินใจ ดูได้ที่หน้าสินค้า ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้, ถุงพลาสติกพิมพ์โลโก้ และ ถุงกระดาษใส่ขนม ของเราครับ


คำถามที่ร้านถามบ่อย

ถุงพิมพ์โลโก้ เลือกกระดาษ พลาสติก หรือถุงขนมดี
เลือกจากงานที่ต้องใช้ครับ ของเปียกหรือเดลิเวอรีใช้ถุงพลาสติกแบบใส เพราะกันน้ำได้ดี งานหิ้วกลับที่อยากดูดีมีระดับใช้ถุงกระดาษหูเกลียว ส่วนขนมชิ้นเล็กอย่างคุกกี้หรือเบเกอรี่ใช้ถุงกระดาษใส่ขนมแบบมีก้น ถ้าอยากเทียบถุงกระดาษกับถุงพลาสติกแบบละเอียด เรามีบทความเปรียบเทียบแยกไว้ให้อ่านต่อ

สั่งทำถุงพิมพ์โลโก้ ขั้นต่ำเท่าไหร่
หน่วยขั้นต่ำต่างกันตามชนิดถุงครับ ถุงพลาสติกคิดเป็นน้ำหนัก เริ่มที่ 100 กิโลกรัม (มีขั้น 100 / 150 / 200 กิโล) ถุงกระดาษเริ่ม 500 ใบ สำหรับสเปกมาตรฐาน และ 2,000 ใบ สำหรับงานปรับแต่ง ส่วนถุงกระดาษใส่ขนมมีขั้น 3,000 / 5,000 / 10,000 ใบ

ถุงพลาสติกทำไมคิดขั้นต่ำเป็นกิโล ไม่ใช่เป็นใบ
เพราะถุงพลาสติกทำและคิดราคาจากน้ำหนักเม็ดพลาสติกที่ใช้ครับ ขั้นต่ำจึงเป็นน้ำหนัก เริ่มที่ 100 กิโลกรัม ไม่ใช่จำนวนใบ และเพราะเป็นการทำเป็นล็อตตามน้ำหนัก จำนวนใบที่ได้จริงจะมีความคลาดเคลื่อนประมาณ ±10% ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

ถุงกระดาษหิ้วกับถุงกระดาษใส่ขนม ต่างกันยังไง
ถุงกระดาษหิ้วมีหูเกลียวไว้ถือ เหมาะกับการหิ้วกลับแบบดูดี ส่วนถุงกระดาษใส่ขนมไม่มีหู แต่มีก้นตั้งได้ เหมาะกับขนมและของว่างชิ้นเล็กที่วางโชว์หน้าร้าน สองแบบนี้คนละงานกันครับ

ผลิตถุงพิมพ์โลโก้กี่วัน
ถุงกระดาษประมาณ 15 ถึง 30 วัน ถุงพลาสติกประมาณ 30 วัน และถุงกระดาษใส่ขนมประมาณ 20 วัน นับหลังยืนยันแบบ (mock-up) ครับ แนะนำให้วางแผนล่วงหน้า อย่าสั่งกระชั้นกับวันเปิดร้านหรืออีเวนต์

ถุงพลาสติกพิมพ์โลโก้มีแบบไหนบ้าง
มีสามแบบครับ แบบใส (เนื้อ PE ยอดนิยม), แบบขาว (เนื้อ HDPE) และแบบขุ่น (เนื้อ HDPE) หูจับเลือกได้ระหว่างหูหิ้ว (ค่ามาตรฐาน) และหูเจาะ

พิมพ์โลโก้บนถุงได้กี่สี
ถุงกระดาษใส่ขนมเริ่มต้นที่ 1 สี 1 ด้าน และทำมากกว่านั้นได้ ทั้งเพิ่มสี เพิ่มด้าน หรือทำแบบปรับแต่งพิเศษ ให้ทีมขายประเมินตามงาน ถุงพลาสติกพิมพ์ได้ 1 ถึง 2 สี ถ้ามากกว่านั้นให้ทีมขายประเมินและมีค่าบล็อกพิมพ์แยก ส่วนถุงกระดาษหิ้ว จำนวนสีขึ้นกับงานและชนิดกระดาษ แจ้งจำนวนสีของโลโก้มา แล้วทีมขายประเมินให้ครับ

ถุงแบบไหนเหมาะกับเดลิเวอรี่
งานเดลิเวอรีที่มีของเปียกหรือกลัวรั่วซึม แนะนำถุงพลาสติกแบบใสเนื้อ PE เพราะกันน้ำและมองเห็นของข้างในชัด ส่วนงานที่ของแห้งและอยากให้ดูพรีเมียม ถุงกระดาษหิ้วก็เหมาะ เลือกตามลักษณะของที่ส่งครับ


ที่ 91 Marketing เรามองลูกค้าเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่ออเดอร์ครั้งเดียว หัวใจของการเลือกถุงให้ถูกคือเลือกจากงานที่ร้านต้องใช้จริง ไม่ใช่จากตัวเลขขั้นต่ำที่ถูก อย่างร้านที่ต้องใช้ถุงสามงานพร้อมกัน ทั้งพลาสติกใส่ของเดลิเวอรี กระดาษหิ้วกลับ และถุงใส่ขนมหน้าร้าน พอรู้ว่าสามแบบนี้คิดขั้นต่ำคนละหน่วย และเผื่อเวลาผลิต 15 ถึง 30 วันไว้ตั้งแต่แรก ก็วางแผนสั่งได้ลงตัวโดยไม่ต้องมาเร่งทีหลัง พร้อมเมื่อไหร่ ทักไลน์มาบอกประเภทร้าน ของที่จะใส่ และส่งไฟล์โลโก้มาได้เลย เดี๋ยวเราช่วยจับคู่ให้ 91 Marketing, One Stop No Stress ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *