มีลูกค้าร้านเบเกิลเจ้าหนึ่งเดินเข้ามาหาเราหลังจากไปสั่งกระดาษรองอาหารจากเจ้าอื่นมาก่อนครับ เขาบอกชัดตั้งแต่แรกว่าต้องเอาไปห่อเบเกิลที่มีไส้ค่อนข้างมัน แต่เจ้าเดิมกลับแนะนำ MG45 ให้ ซึ่งไม่เหมาะกับงานห่อของมันเลย พอมาถึงเรา เขาขอกระดาษแบบเคลือบ PE เราส่งตัวอย่าง PE แบบไม่พิมพ์ไปให้ลองก่อน ปรากฏว่าชั้นเคลือบ PE บางเกินไปสำหรับงานแบบนี้ ห่อแล้วก็ยังเอาไม่อยู่ สุดท้ายเราให้เขาลอง GP38 ที่กันมันได้จริงและห่อได้อยู่ทรง ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่เจอปัญหาอีกเลย และกลายเป็นลูกค้าประจำมาจนถึงทุกวันนี้

เคสนี้รวมปัญหาของกระดาษรองอาหารเกือบทั้งหมดไว้ในเรื่องเดียว คือเลือกเกรดผิดตั้งแต่ต้น จ่ายเงินไปแล้วแต่ของไม่ได้แก้ปัญหา ถ้าคุณกำลังจะสั่งกระดาษรองอาหารครั้งแรก หรือเคยสั่งแล้วเจอแบบเดียวกัน ต่อจากนี้เราจะไล่ให้เห็นทีละเรื่องว่ากระดาษรองอาหาร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับร้านคุณตั้งแต่ครั้งแรก ทั้งประเภทกระดาษ เคลือบหรือไม่เคลือบ เกรด MG กับ GP เมนูไหนใช้แบบไหน ไปจนถึง MOQ และเวลาผลิต โดยไม่ต้องเดาครับ

คำตอบสั้นๆ ก่อน: กระดาษรองอาหาร เลือกแบบไหนดี ให้ดูจากการใช้งานจริงเป็นหลักครับ ไม่ใช่เลือกเพราะอยากประหยัดต้นทุนที่สุด เพราะถ้าเลือกผิด ระยะยาวมักแพงกว่า สำหรับร้านส่วนใหญ่ GP 38 แกรม (กันมัน ห่อของมันได้ดี ใส่โลโก้หรือลายเส้นได้) เอาอยู่เกือบทุกเคส ของทอดที่น้ำมันเยอะมากใช้ MG 60 แกรม (หนาพิเศษ) ส่วนของแห้งหรือเมนูที่ต้องพิมพ์เต็มพื้นใช้ MG 45 แกรม (ซับมันได้ พิมพ์เต็มพื้นได้) สั่งผลิตขั้นต่ำ 3,000 ชิ้นต่อขนาดต่อโลโก้ ขนาดมาตรฐาน 20/25/30 ซม. หรือสั่งตัดพิเศษได้ ผลิตประมาณ 15 ถึง 20 วัน งานเร่งคุยกันได้ครับ

ก่อนลงรายละเอียด จำหลักคิดสั้นๆ ไว้สามข้อครับ หนึ่งคือเมนูของร้านเป็นตัวกำหนดเกรด ไม่ใช่ราคา สองคือเคลือบกับไม่เคลือบต่างกันที่การกันซึมและการซับมัน ซึ่งร้านส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเคลือบ PE และสามคือ food grade เป็นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่กระดาษสัมผัสอาหารต้องมีอยู่แล้ว ไม่ใช่ออปชันเสริม


กระดาษรองอาหารคืออะไร และมีกี่ประเภท

กระดาษรองอาหารคือกระดาษเกรดอาหารที่ใช้รองใต้อาหารในจาน ถาด หรือตะกร้า และใช้ห่ออาหารได้โดยตรง เช่น ห่อเบอร์เกอร์ ห่อเบเกิล ห่อของทอด สิ่งที่ทำให้มันต่างจากกระดาษครัวทั่วไปคือมันสัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย และพิมพ์แบรนด์ของร้านลงไปได้ ใช้งานจริงและสื่อแบรนด์ไปพร้อมกัน แต่คำว่า “กระดาษรองอาหาร” ในตลาดหมายถึงกระดาษหลายแบบที่คุณสมบัติไม่เหมือนกัน ก่อนจะไปเรื่องเกรด เรามาแยกประเภทให้ชัดก่อนครับ

ประเภทคุณสมบัติเด่นเหมาะกับ
กระดาษกันมัน (เช่น GP)ผิวกันน้ำมันซึม ห่อแล้วไม่แฉะทะลุห่อและรองของมัน ของทอด ของมีไส้มัน
กระดาษซับมัน (เช่น MG)เนื้อกระดาษซับน้ำมันส่วนเกิน พิมพ์เต็มพื้นได้ของแห้ง รองตกแต่งจาน งานที่ต้องพิมพ์ลายเต็มแผ่น
กระดาษรองอบ / กระดาษไข (parchment)ทนความร้อน เข้าเตาอบได้ ผิวไม่ติดอาหารงานอบในครัว ไม่ใช่งานรอง/ห่อเสิร์ฟ (คนละงาน)

กระดาษรองอาหาร vs กระดาษรองอบ / กระดาษไข ต่างกันตรงไหน

ตรงนี้สับสนกันบ่อยมากครับ บางคนโทรมาขอ “กระดาษไข” บางคนบอก “กระดาษรองจาน” ซึ่งไม่ใช่ของตัวเดียวกันเสมอไป กระดาษรองอาหารที่เราพูดถึงในบทความนี้ ทำมาเพื่อรองและห่ออาหารเสิร์ฟ ทนความชื้นได้จำกัด และไม่เหมาะกับเตาอบหรือไมโครเวฟ ส่วนกระดาษรองอบหรือ parchment ออกแบบมาสำหรับความร้อนโดยเฉพาะ เอาไว้อบขนมในครัว ถ้าจับผิดตัวก็ใช้ไม่ได้ผลทั้งคู่ ใครอยากเทียบให้ละเอียดว่ากระดาษรองอาหาร ฟอยล์ และกระดาษอบ ใช้ต่างกันยังไง เราเขียนแยกไว้อีกบทความหนึ่งที่ เปรียบเทียบฟอยล์ กับกระดาษอบ กับกระดาษรองอาหาร ครับ


เคลือบ vs ไม่เคลือบ ต่างกันยังไง และทำไมส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้เคลือบ

คำถามที่เจอบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่งคือ “ต้องใช้แบบเคลือบไหม” คำตอบตรงๆ คือ ร้านส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ครับ ความต่างหลักอยู่ที่ กระดาษกันมัน (แบบ GP) ใช้ผิวของกระดาษเองในการกันน้ำมันซึม ส่วนกระดาษเคลือบ PE คือการเอาฟิล์มพลาสติกบางๆ มาเคลือบทับเพื่อกันน้ำและความชื้นหนักๆ ฟังดูเหมือนเคลือบจะดีกว่า แต่ในการใช้งานจริงของร้านอาหารทั่วไป GP38 กันมันได้เพียงพอแล้ว โดยที่ MOQ และราคาต่ำกว่าแบบเคลือบ

คุณสมบัติแบบไม่เคลือบ (GP / MG)แบบเคลือบ PE
กันน้ำมันซึมได้ดี (โดยเฉพาะ GP)ได้
กันน้ำ / ความชื้นหนักมากจำกัดได้ดีที่สุด
พิมพ์เต็มพื้น (full-bleed)ได้ เฉพาะ MGแล้วแต่งาน
MOQ และราคาต่ำกว่า เข้าถึงง่ายกว่าสูงกว่า
เหมาะกับเมนูของทอด ของมัน ของแห้ง เกือบทุกเมนูของร้านทั่วไปของเปียก/มันจัดมากๆ อย่างข้าวมันไก่ บะหมี่

พูดกันตรงๆ ครับ ที่ 91 Marketing เราไม่ได้ผลิตกระดาษรองอาหารแบบเคลือบ PE แล้ว และเวลาลูกค้าถามหา PE คำถามแรกที่เราถามกลับเสมอคือ “เอาไปห่ออะไร งานมันหนักแค่ไหน” เพราะเท่าที่เจอมา แทบร้อยทั้งร้อยไม่ได้จำเป็นต้องใช้ PE จริงๆ GP38 เอาอยู่ อย่างเคสร้านเบเกิลข้างบนก็เป็นตัวอย่างชัด เขาขอ PE มาก่อน แต่พอลองจริงกลับไม่เวิร์ก แล้วมาจบที่ GP38 มีเฉพาะงานที่ต้องห่อของเปียกหรือมันจัดมากๆ อย่างข้าวมันไก่หรือบะหมี่ ที่ต้องการชั้นเคลือบหนาจริงๆ กรณีแบบนั้นทักมาคุยกับทีมขายได้เลย เดี๋ยวเราหาทางที่เหมาะให้ครับ


MG45 vs GP38 vs MG60 เลือกเกรดไหนดี

ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้อย่างเดียว ให้จำอันนี้ครับ ถ้าไม่แน่ใจ ใช้ GP38 ไปก่อนได้เลย มันเป็นเกรดที่เอาอยู่เกือบทุกเคส ทั้งกันมัน ห่อของมัน และของมีไส้ ส่วน MG มีไว้สำหรับสองงานเฉพาะ คือเมื่อต้องซับน้ำมันของแห้ง หรือเมื่อต้องพิมพ์ลายเต็มแผ่น เราแยกให้เห็นทั้งสามเกรดในตารางเดียว

เกรดคุณสมบัติเหมาะกับข้อจำกัด
GP 38 แกรม (ตัวหลัก)ผิวกันน้ำมันซึมได้ดีมาก ห่อแล้วอยู่ทรงห่อของมัน ของทอดทั่วไป ของมีไส้มัน ใส่โลโก้หรือลายเส้นไม่เหมาะพิมพ์เต็มพื้น และห้ามย้อมสีหรือพิมพ์เต็มพื้น เพราะผิวกันมันจนหมึกไม่แห้ง
MG 45 แกรม (เกรดพิมพ์)เนื้อซับน้ำมันได้ พิมพ์ลายเต็มแผ่นได้ของแห้ง รองตกแต่งจาน งานที่ต้องพิมพ์เต็มพื้นกันน้ำมันซึมสู้ GP ไม่ได้
MG 60 แกรม (หนาพิเศษ)หนากว่า รับและซับน้ำมันได้เยอะของทอดหนักๆ น้ำมันเยอะมากหนาและต้นทุนสูงกว่า

จุดที่หลายร้านพลาดคือคิดว่ากระดาษกันมันที่สุดต้องพิมพ์ลายสวยที่สุดด้วย จริงๆ มันตรงข้ามกันครับ GP38 กันมันดีเกินไปจนหมึกไม่ยอมแห้งบนผิวถ้าไปพิมพ์เต็มพื้น เราถึงไม่แนะนำให้ย้อมสีหรือพิมพ์พื้นเต็มแผ่นบน GP เด็ดขาด เพราะมันจะกลายเป็นปัญหาตอนใช้งาน งานไหนที่อยากได้ลายเต็มพื้นสวยๆ ให้ไปที่ MG45 ที่ออกแบบมาเพื่อการพิมพ์โดยเฉพาะ นี่คือเหตุผลว่าทำไม MG ถึงมีอยู่ ไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัว ใครอยากอ่านเจาะลึกทีละเกรด เรามีบทความ เทียบ MG45 กับ GP38 กับ MG60 แบบละเอียด และ 5 ปัจจัยที่ต้องดูก่อนสั่ง ให้อ่านต่อครับ


กระดาษรองอาหาร เลือกแบบไหน ตามเมนูของร้าน

วิธีที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากเมนูหลักของร้าน ไม่ใช่เริ่มจากสเปคกระดาษครับ บอกเราว่าอาหารมันแค่ไหน เปียกแค่ไหน ต้องพิมพ์ลายแบบไหน แล้วเกรดที่เหมาะจะออกมาเองเกือบทุกครั้ง ตารางนี้คือสิ่งที่เราใช้ตัดสินใจจริงเวลาลูกค้าทักมา

เมนู / ลักษณะงานเกรดที่แนะนำ
ห่อของมัน ของทอดทั่วไป หรือยังไม่แน่ใจGP38 (ตัวหลัก เอาอยู่เกือบทุกเคส)
ของทอดน้ำมันเยอะมากMG60
ของแห้ง หรือ ต้องพิมพ์ลายเต็มพื้นMG45
ของเปียกหรือมันจัดมาก เช่น ข้าวมันไก่ บะหมี่คุยกับทีมขาย

ถ้าเมนูของร้านมีทั้งของทอดและของมีซอส อาจต้องใช้คนละเกรดกัน เราแยกวิธีคิดไว้ในบทความ รองของทอด กับ รองของมีซอส เลือกยังไง ครับ


food grade คืออะไร ปลอดภัยไหม

food grade แปลว่ากระดาษและหมึกที่ใช้ ผ่านมาตรฐานสำหรับสัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย นี่คือพื้นฐานที่กระดาษรองอาหารทุกแผ่นควรมี ไม่ใช่ออปชันเสริม ที่ 91 Marketing เรามีใบรับรองทั้งหมึกและกระดาษ ขอดูได้ครับ เราขอไม่ระบุเลขมาตรฐานเจาะจงในบทความนี้ เพราะอยากให้คุณเห็นเอกสารตัวจริงมากกว่าตัวเลขลอยๆ

เรื่องความปลอดภัยของกระดาษสัมผัสอาหารและหมึกพิมพ์มีรายละเอียดพอสมควร เราเลยแยกเขียนไว้ให้อ่านลึกกว่านี้ในบทความเรื่อง กระดาษสัมผัสอาหาร (food grade) คืออะไร ส่วนในหน้านี้ขอจบไว้แค่ว่า ถ้าซื้อกับเราขอใบรับรองได้ทุกออเดอร์ครับ


ราคาและ MOQ: สั่งขั้นต่ำเท่าไหร่ ผลิตกี่วัน

หลักคิดเรื่องราคาของเราคือ เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ดีกว่าเลือกเพราะพยายามประหยัดต้นทุนที่สุด เพราะถ้าเลือกผิด ระยะยาวมันมักแพงกว่าครับ กระดาษรองอาหารไม่มีราคาต่อแผ่นตายตัว เพราะมันขึ้นกับหลายตัวแปรพร้อมกัน เราขอไม่โยนตัวเลขลอยๆ ให้ แต่จะอธิบายว่าอะไรเป็นตัวกำหนดราคา เพื่อให้คุณวางงบได้จริงก่อนทัก

หัวข้อรายละเอียด
ขั้นต่ำในการสั่ง (MOQ)3,000 ชิ้น ต่อขนาด ต่อโลโก้
ขนาด20 / 25 / 30 ซม. หรือสั่งตัดพิเศษ
จำนวนสีพิมพ์1 ถึง 4 สี
ระยะเวลาผลิตประมาณ 15 ถึง 20 วัน (งานเร่งคุยกันได้)
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันขนาด, จำนวนสี, เกรดกระดาษ, ปริมาณที่สั่ง

เรื่องเวลาผลิต จุดที่หลายร้านเข้าใจผิดคือคิดว่าสั่งวันนี้อีกไม่กี่วันได้ของ ความจริงงานพิมพ์ต้องทำแม่พิมพ์ก่อนและรอหมึกแห้งสนิท เลยใช้เวลาราว 15 ถึง 20 วันนับจากอนุมัติแบบ ถ้ามีกำหนดเปิดร้านหรืออีเวนต์ ควรเผื่อเวลาไว้ แต่ถ้าคุณมีเดดไลน์จริงๆ บอกเรามาตรงๆ ได้เลยครับ เพราะเรามองว่าเราขายทางออกให้กับปัญหาของลูกค้า ของที่ผลิตไม่ทันเวลาที่ร้านต้องใช้ ก็เป็นแค่ของที่ไม่ได้แก้ปัญหาจริง งานเร่งเราพยายามหาทางให้เสมอ อยากเข้าใจโครงสร้างราคาแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ วางงบกระดาษรองอาหารยังไงให้คุมได้ และ ทำไมราคาถึงแพงขึ้นในบางงาน ส่วนใครที่จะสั่งครั้งแรกและไม่รู้ต้องเตรียมอะไร มีสรุปไว้ที่ สั่งผลิตต้องเตรียมอะไรบ้าง ครับ


กระดาษรองอาหารกับการสร้างแบรนด์

นอกจากใช้งานจริง กระดาษรองอาหารยังเป็นพื้นที่แบรนด์ที่ลูกค้าเห็นตลอดมื้อครับ ทุกครั้งที่อาหารมาถึงโต๊ะหรือถึงมือคนสั่งเดลิเวอรี โลโก้บนกระดาษก็ทำงานให้ร้านโดยไม่ต้องลงทุนอะไรซับซ้อน จุดที่อยากเตือนคือ มีโลโก้ ไม่เท่ากับ มีระบบแบรนด์ที่สอดคล้อง ถ้าอยากให้ดูมืออาชีพจริง ลายบนกระดาษรองอาหาร แนปกิ้น และกระดาษรองแก้ว ควรไปในทางเดียวกัน เราเขียนแนวคิดนี้ไว้ที่ ใช้บรรจุภัณฑ์สร้างแบรนด์ร้าน และถ้าชอบแนวเรียบๆ อ่านต่อได้ที่ ดีไซน์แบบ Minimal บนกระดาษของร้าน ครับ


พร้อมสั่งผลิตแล้ว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพอเห็นภาพว่าร้านควรใช้เกรดไหน ขั้นต่อไปง่ายมากครับ ดูรายละเอียดสเปค ขนาด และตัวอย่างงานได้ที่หน้าสินค้า กระดาษรองอาหารพิมพ์โลโก้ หรือถ้ายังไม่แน่ใจ ทักไลน์มาบอกเมนูหลักกับขนาดที่ใช้ เดี๋ยวเราแนะนำเกรดที่เหมาะ แล้วประเมินราคาให้ครับ


คำถามที่ร้านถามบ่อย

กระดาษรองอาหารมีกี่แบบ เลือกยังไง
หลักๆ แบ่งตามการใช้งานเป็นกระดาษกันมัน (แบบ GP) กับกระดาษซับมัน (แบบ MG) ครับ เลือกจากเมนูของร้านเป็นหลัก ของมันของทอดใช้ GP38 ของแห้งหรือต้องพิมพ์ลายเต็มพื้นใช้ MG45 ของทอดหนักๆ น้ำมันเยอะใช้ MG60 ถ้าไม่แน่ใจ เริ่มที่ GP38 ได้เลย เอาอยู่เกือบทุกเคส

เคลือบกับไม่เคลือบต่างกันยังไง จำเป็นต้องใช้เคลือบ PE ไหม
แบบไม่เคลือบใช้ผิวกระดาษเองในการกันมันหรือซับมัน ส่วนแบบเคลือบ PE เอาฟิล์มมาเคลือบทับเพื่อกันน้ำหนักๆ สำหรับร้านทั่วไปเกือบทั้งหมดไม่จำเป็นต้องใช้ PE ครับ GP38 กันมันได้พอ โดย MOQ และราคาถูกกว่า มีแค่งานห่อของเปียกหรือมันจัดมากๆ อย่างข้าวมันไก่หรือบะหมี่ที่ควรคุยกับทีมขายเป็นเคสไป

กระดาษรองอาหาร food grade คืออะไร ปลอดภัยไหม
food grade คือกระดาษและหมึกที่ผ่านมาตรฐานสัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย ปลอดภัยครับ และที่ 91 Marketing มีใบรับรองทั้งหมึกและกระดาษ ขอดูได้ทุกออเดอร์ รายละเอียดเชิงลึกอ่านต่อได้ในบทความเรื่องกระดาษสัมผัสอาหารโดยเฉพาะ

กระดาษรองอาหารต่างจากกระดาษรองอบหรือกระดาษไขยังไง
ต่างกันที่งานครับ กระดาษรองอาหารเอาไว้รองและห่ออาหารเสิร์ฟ ทนความร้อนไม่ได้ ส่วนกระดาษรองอบหรือ parchment ออกแบบมาให้เข้าเตาอบ ใช้อบขนมในครัว คนละตัวกัน ถ้าจะสั่งให้ถูก บอกเราว่าจะเอาไปรองหรือห่อเมนูอะไร จะแนะนำได้ตรงกว่า

สั่งขั้นต่ำเท่าไหร่
เริ่มที่ 3,000 ชิ้นต่อขนาดต่อโลโก้ครับ เหมาะกับร้านที่เพิ่งอยากลองพิมพ์แบรนด์ครั้งแรก หรืออยากทดสอบขนาดก่อนสั่งจำนวนมาก ถ้าใช้ระยะยาว การสั่งคราวเดียวในปริมาณที่มากพอมักคุ้มกว่าสั่งทีละน้อยบ่อยๆ

ราคาต่อแผ่นเท่าไหร่
ไม่มีราคาตายตัวครับ เพราะขึ้นกับขนาด จำนวนสีพิมพ์ เกรดกระดาษ และปริมาณที่สั่งพร้อมกันหลายตัวแปร บอกเราแค่ว่าจะใช้ขนาดไหน กี่สี เมนูอะไร แล้วเราประเมินให้ได้แม่นกว่าการเดาจากตัวเลขเฉลี่ย ทักไลน์มาได้เลย

ผลิตกี่วัน นานไหม
ประมาณ 15 ถึง 20 วันนับจากอนุมัติแบบครับ เพราะต้องทำแม่พิมพ์และรอหมึกแห้งสนิทก่อนส่ง ไม่ควรสั่งกระชั้นกับวันเปิดร้าน แต่ถ้ามีเดดไลน์เร่ง บอกมาได้ เราพยายามหาทางให้ทันเสมอ

พิมพ์ลายเต็มพื้น (full-bleed) ได้ไหม ใช้เกรดไหน
ได้ครับ แต่ต้องใช้ MG45 ไม่ใช่ GP38 เพราะ GP กันมันดีจนหมึกไม่แห้งถ้าไปพิมพ์เต็มพื้น เราเลยไม่แนะนำให้ย้อมสีหรือพิมพ์พื้นเต็มแผ่นบน GP งานลายเต็มสวยๆ ให้ไปที่ MG45 ที่ทำมาเพื่อการพิมพ์โดยเฉพาะ


ที่ 91 Marketing เรามองลูกค้าเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่ออเดอร์ครั้งเดียว เราถึงเลือกที่จะแนะนำของที่ใช้ได้จริง และไม่ขายเกินกว่าที่งานของคุณต้องใช้ อย่างเคสร้านเบเกิลตอนต้น ถ้าเราปล่อยให้เขาซื้อ PE ตามที่ขอ เขาก็ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อของที่ไม่เวิร์ก การบอกกันตรงๆ ว่าอะไรเหมาะกับร้านคุณ คือสิ่งที่เราอยากให้คุณได้กลับไปครับ ถ้าพร้อมแล้ว ทักไลน์มาบอกเมนูหลักกับขนาดที่ใช้ เดี๋ยวเราแนะนำเกรดที่เหมาะแล้วประเมินราคาให้

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *